วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.39 น.
ในท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจที่รุมเร้าประเทศไทย ทั้งวิกฤตพลังงานที่ดันค่าครองชีพพุ่งสูง และโจทย์ใหญ่เรื่องการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้เท่าทันโลกดิจิทัล การปรากฎข่าวว่า ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการทาบทาม ดร.สันติธาร เสถียรไทย หรือ “ดร.ต้นสน” เข้ามาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง จึงไม่ใช่เพียงการแต่งตั้งทางการเมืองทั่วไป แต่คือปรากฏการณ์ วางคนให้เหมาะกับงาน ที่ถูกที่ถูกเวลาที่สุดครั้งหนึ่งของการเมืองไทย
การตัดสินใจครั้งนี้ต้องให้เครดิตและความชื่นชมต่อวิสัยทัศน์ของ ดร.เอกนิติ ที่กล้าก้าวข้ามกรอบ “โควตาการเมือง” แบบเดิมๆ แล้วเลือกดึง “มืออาชีพ” ระดับสากลเข้ามาเสริมทัพ สะท้อนให้เห็นว่าในยามวิกฤตบ้านเมือง ผู้นำที่เก่งคือผู้นำที่รู้จักแสวงหาและรวบรวมคนเก่งมาทำงานเพื่อส่วนรวม โดยมองประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้งเหนือสิ่งอื่นใด
สำหรับชื่อของ ดร.สันติธาร เสถียรไทย นั้น ถือเป็น “เพชรยอดมงกุฎ” ของนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีรากฐานครอบครัวที่บ่มเพาะมาเพื่อการรับใช้สังคมโดยแท้ เขาเป็นบุตรชายของ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และ ท่านผู้หญิง ดร.สุธาวัลย์ เสถียรไทย นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดัง สายเลือดของนักคิดและนักปฏิบัติที่ไหลเวียนอยู่ในตัว ทำให้ ดร.สันติธาร มีมุมมองที่เฉียบคมทั้งในเชิงนโยบายสาธารณะและการบริหารจัดการระดับโลก
ดร.สันติธาร เสถียรไทย หรือที่คนในวงการเรียกว่า “ดร.ต้นสน” คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างนักวิชาการระดับโลกและนักบริหารภาคเอกชนชั้นนำ
จบการศึกษาทั้งปริญญาโท–เอก จาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยจบปริญญาโท ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ
จบปริญญาเอก ด้านนโยบายเศรษฐกิจจาก ด้วยทุนการศึกษาของ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พร้อมรางวัลวิทยานิพนธ์ยอดเยี่ยม และปริญญาตรี-โท ด้านเศรษฐศาสตร์จาก LSE (London School of Economics)
ไม่เพียงแต่เส้นทางการศึกษาที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น ประสบการณ์การทำงาน กับองค์กรภาคธุรกิจระดับนานาชาติ ก็ผ่านงานสำคัญมามากมาย
เคยดำรงตำแหน่งสำคัญอย่าง Group Chief Economist ของ Sea Group( บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเจ้าของ Shopee) ได้รับคัดเลือกจากAsia society ให้เป็นหนึ่งใน 21 ผู้นำรุ่นใหม่แห่งเอเชีย รวมถึงเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของ World Economic Forum ประสบการณ์เหล่านี้เปรียบเสมือนอาวุธหนักที่เขาจะนำมาช่วย ดร.เอกนิติ ในการแก้โจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างดี
และยังเคยทํางานภาคการเงินระหว่าางประเทศที่ธนาคารเครดิตสวิส (Credit Suisse) ประจําสิงคโปร์ ตําแหน่งสุดท้ายก่อนออกจากอุตสาหกรรมการเงิน คือ Head of Emerging Asia Economics Research นักเศรษฐศาสตร์ผู้เดียวในเอเชีย ที่ชนะรางวัลพยากรณ์เศรษฐกิจยอดเยี่ยมระดับโลกของ Consensus Economics ติดกันสามปีซ้อน
หากใครได้ติดตามงานเขียนของเขา โดยเฉพาะเล่มที่ทรงอิทธิพลอย่าง “The Great Remake: เมื่อโลกไล่ล่าเรา” หรือ “Twists and Turns” จะเห็นได้ชัดว่า ดร.สันติธาร ไม่ได้มองเศรษฐกิจเป็นเพียงตัวเลข แต่เขามองเห็น “โอกาส” ในวิกฤตเสมอ เขาเคยย้ำเตือนผ่านปลายปากกาว่าไทยต้องเร่งสร้าง “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล” และปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก การก้าวจากหน้ากระดาษสู่การลงมือทำจริงในกระทรวงการคลังครั้งนี้ จึงเป็นการนำทฤษฎีมาสร้างผลลัพธ์เพื่อ “Remake” เศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
การเชื่อมโยงระหว่าง ดร.เอกนิติ และ ดร.สันติธาร ยังมีความน่าสนใจในฐานะ “ศิษย์เก่าสายตรงจากคลัง” (สศค.) ทั้งคู่เป็นนักเศรษฐศาสตร์สายเทคโนแครตที่พูดภาษาเดียวกัน เน้นการตัดสินใจบนฐานข้อมูล ความเข้าขาและเคมีที่ลงตัวนี้จะช่วยลดรอยต่อระหว่างนโยบายการเงินและการคลัง โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจกับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่ง ดร.สันติธาร เพิ่งลาออกมาจากตำแหน่งกรรมการ กนง. เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ
บทสรุปของความร่วมมือครั้งนี้ คือสัญญาณบวก และแสงแห่งความหวัง การรวมตัวของความเก๋าในระบบราชการของ ดร.เอกนิติ และวิสัยทัศน์โลกใหม่ของ ดร.สันติธาร คือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ประเทศไทย ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนปรวนแปร

