AMATA แต่งตั้ง “รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” อดีตซีอีโอ SCG เป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ เสริมแกร่งด้านนโยบาย การขยายธุรกิจระดับภูมิภาค รองรับกระแส China Plus One และการย้ายฐานการผลิตสู่อาเซียน พร้อมเดินหน้าลงทุนพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 10,000 ล้านบาท ในไทย เวียดนาม และ สปป.ลาว
วันที่ 29 มิ.ย.2569 – บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ประกาศแต่งตั้ง นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCG เข้าดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านยุทธศาสตร์องค์กร สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายของคณะกรรมการบริษัท และรองรับแผนการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาค ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อทิศทางการลงทุน
นายรุ่งโรจน์นับเป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ยาวนานในภาคอุตสาหกรรมไทยและภูมิภาค โดยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG ระหว่างปี 2559-2566 มีบทบาทสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ บริหารองค์กรท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก รวมถึงผลักดันการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีประสบการณ์ด้านการบริหารอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) การบริหารในภาวะวิกฤต และการวางกลยุทธ์ระดับโลก โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเหมืองแร่ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) จาก Harvard Business School และปริญญาโทวิศวกรรมอุตสาหการจาก University of Texas at Arlington
ปัจจุบัน นายรุ่งโรจน์ยังดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรหลายแห่ง ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ โดย AMATA เชื่อมั่นว่าประสบการณ์ด้านการบริหารและการกำหนดยุทธศาสตร์ระดับองค์กร จะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
การแต่งตั้งครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การขยายการลงทุนของ AMATA เพื่อรองรับกระแส “China Plus One” ซึ่งผลักดันให้ผู้ประกอบการทั่วโลกกระจายฐานการผลิตออกจากจีน ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงมีแนวโน้มเติบโตและมุ่งเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น
บริษัทจึงเดินหน้าลงทุนมูลค่า 10,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกในประเทศไทย เวียดนาม และพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ทางตอนเหนือของ สปป.ลาว เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายซัพพลายเชน รองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนทั่วโลกที่ต้องการลดความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และแสวงหาพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านต้นทุนและแรงงาน
AMATA ระบุว่า บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญของการขยายธุรกิจและการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การมีผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์เข้ามาสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร จะช่วยยกระดับการบริหารความเสี่ยง การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และพันธมิตรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมการลงทุน และขยายธุรกิจใหม่ ภายใต้หลัก ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “เมืองอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและทิศทางการลงทุนในระยะยาว
ก่อนหน้านี้ (14 พ.ค. 2569 )บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน แต่งตั้ง นายปานปรีย์ พหิทธานุกร เข้าดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัท แทนนายวิกรม กรมดิษฐ์ ที่ลาออกจากตำแหน่งกรรมการและประธานคณะกรรมการบริษัท โดยนายวิกรม ยังดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ต่อ ด้วยเป้าหมายการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ สู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ พร้อมกับขยายธุรกิจใหม่ของอมตะ เพื่อรองรับการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนายปานปรีย์ ถือเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์โดดเด่นทั้งในภาครัฐและภาคธุรกิจ เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และผู้แทนการค้าไทย โดยมีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ การต่างประเทศ นโยบายสาธารณะ และธรรมาภิบาลองค์กร ซึ่งอมตะเชื่อว่าจะช่วยเสริมมุมมองเชิงยุทธศาสตร์และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว


