
ถือเป็นการเปิดปี 2569 ที่ร้อนแรงสำหรับวงการเทคโนโลยีไทย เมื่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เคาะอนุมัติโครงการลงทุน Data Center ครั้งสำคัญถึง 7 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 96,000 ล้านบาท
ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย ท่ามกลางกระแส AI และ Cloud Computing ที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด
เจาะ 7 โครงการ Data Center ใหม่ในไทยปี 2026 มีใครบ้าง ?
การอนุมัติครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ผู้เล่นหน้าใหม่ แต่ยังรวมถึงยักษ์ใหญ่ที่ขยายฐานทัพอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้แก่
- บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด ขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการลงทุนถึง 3 โครงการ มูลค่ารวม 45,304 ล้านบาท เพื่อรองรับ IT Load รวม 223 เมกะวัตต์ (MW) โดยปักหมุดในพื้นที่ชลบุรีและสมุทรปราการ
- บริษัท จีเอสเอ ดาต้า เซนเตอร์ 05 จำกัด การผนึกกำลังของ 3 ยักษ์ใหญ่ Gulf, Singtel และ AIS เดินหน้าลงทุน 2 โครงการ มูลค่า 37,202 ล้านบาท ในระยองและสมุทรปราการ รองรับ IT Load 120 MW
- บริษัท สเตลล่าร์ ดีซี จำกัด ผู้เล่นที่น่าจับตามองจากกลุ่ม STECON ร่วมกับ SC Zeus Data Centers จากสิงคโปร์ ลงทุน 8,050 ล้านบาท ตั้งฐานในกรุงเทพฯ รองรับ IT Load 25 MW
- บริษัท เฟรเออร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Hosting จากสิงคโปร์ เข้าลงทุน 6,321 ล้านบาท ในพื้นที่ระยองและสมุทรปราการ
ย้อนรอยปี 2025 ปีแห่งการเติบโตแบบ Exponential
หากมองย้อนกลับไปในปี 2568 (2025) ที่ผ่านมา ภาพรวมอุตสาหกรรม Data Center ของไทยเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มีการยื่นขอรับการส่งเสริมรวมถึง 36 โครงการ มูลค่ามหาศาลกว่า 728,000 ล้านบาท โดยกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง
- ระยอง (33%)
- ชลบุรี (32%)
- สมุทรปราการ (12%)
สะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังกลายเป็นสมรภูมิเนื้อหอมของบิ๊กเทคทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นระดับ Hyperscale จากอังกฤษ อย่างบริษัท ซีนิท ดาต้า เซ็นเตอร์ แอนด์ คลาวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือกลุ่มทุนเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นอย่างเครือ KDDI ในชื่อบริษัท เทเลเฮ้าส์ (ประเทศไทย) จำกัด
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ให้ความเห็นว่า การที่ดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำตัดสินใจปักหมุดในไทย เป็นเครื่องยืนยันว่าโครงสร้างพื้นฐานของไทยพร้อมรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วย Cloud, AI และ IoT ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นฐานสำคัญให้ภาคการเงินและอีคอมเมิร์ซเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
ไม่ใช่แค่มาลงทุน แต่ต้องสร้างคน และรักษ์โลก
สิ่งที่น่าสนใจในการอนุมัติรอบนี้ คือเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนที่เข้มข้นขึ้น เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนแสนล้านนี้สร้างประโยชน์ให้คนไทยอย่างแท้จริง เช่น
- ต้องจ้างงานบุคลากรไทยในระดับบริหารและผู้เชี่ยวชาญ ไม่น้อยกว่า 50% ภายใน 3 ปี
- ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ฝึกอบรมบุคลากร หรือจับมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาหลักสูตร รวมถึงช่วยยกระดับ SMEs ไทย
- ต้องผ่านมาตรฐานการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ (PUE) และมีการบริหารจัดการน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- BOI จะให้ให้สิทธิประโยชน์ระดับสูงสำหรับโครงการที่ตั้งนอกพื้นที่ EEC เพื่อกระจายความต้องการใช้ไฟฟ้า ลดการกระจุกตัวของพลังงานในพื้นที่เดิม และสนับสนุนการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค
อ้างอิง : BOI

