UOB เปิดมุมมองลงทุนครึ่งหลังปี 69 ชู AI ยังเด่น มองเป้าทองคำ 5,000 ดอลลาร์ | การเงินธนาคาร

UOB เปิดมุมมองลงทุนครึ่งหลังปี 2569 ชู AI ยังเป็นธีมเด่น พร้อมมองโอกาสทองคำแตะ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดและเศรษฐกิจโลก มองเศรษฐกิจไทยโต 1.9%แรงส่งกระจุกตัว หนี้ครัวเรือนสูง

20 สิงหาคม 2569 – นายเอเบิล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า UOB ปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้ขึ้นเป็น 1.9% จากเดิมที่คาดไว้ 1.5% เนื่องจากได้รับแรงหนุนที่เข้ามาเร็วจากความต้องการในกลุ่ม AI และอุปสงค์การส่งออกจากประเทศจีนที่มีเข้ามาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มีลักษณะกระจุกตัวสะสมอยู่เฉพาะช่วงแรก (Frontloaded) ซึ่งจะส่งผลให้ GDP ปีหน้า (2570) คาดว่าจะเติบโตลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ประมาณ 2% (ขณะที่เป้าหมายอย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังไทยตั้งไว้ที่ 3%)

อย่างไรก็ดี การที่รัฐบาลไทยมีแผนที่จะเร่งสัดส่วนการใช้จ่ายของรัฐ จาก 22% ของ GDP ขึ้นเป็น 30% ของ GDP ซึ่งคาดว่าจะเป็นเครื่องมือหลักในการช่วยขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม โดยตัวเลขการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (Record High) ตั้งแต่ปี 2568 โดยมีประเทศสิงคโปร์เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในไทยและอาเซียนทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญของรัฐบาลคือการเปลี่ยนผ่านตัวเลขการขอรับการส่งเสริมเหล่านี้ให้กลายเป็นการลงทุนจริงทางกายภาพ เพื่อนำเม็ดเงินจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) เติบโตอย่างกระจุกตัวอยู่เฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกับศูนย์ข้อมูล (เช่น Delta, Hana) ซึ่งผลตอบแทนนี้ไม่สามารถส่งผ่านหรือกระจายตัวไปช่วยขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจในประเทศทั่วไปได้ เหตุผลสำคัญที่เศรษฐกิจไทยไม่ได้ประโยชน์จากกระแส AI มากนัก เนื่องจากชิ้นส่วนและเครื่องมือเทคโนโลยีเกือบ 70% ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ ภาคธุรกิจในประเทศจึงแทบไม่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตในห่วงโซ่อุปทานนี้

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวกลับมา แต่ยอดการใช้จ่ายต่อหัว (Spending per head) และราคาตั๋วยังไม่แข็งแกร่งเท่ากับช่วงก่อนโควิด-19 ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่ทุ่มทรัพยากรอย่างหนักเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกัน

อย่างไรก็ดีไทยเผชิญความเสี่ยงด้านการค้าระหว่างประเทศ หากประเทศจีนเผชิญข้อจำกัดและตัดสินใจปรับเกณฑ์หรือลดสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากไทย จะส่งผลกระทบและสร้างความยากลำบากต่อเศรษฐกิจภาพรวมของไทยในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่หนี้ครัวเรือน (Household Debt) อยู่ในระดับที่สูงมากจนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบริโภคในประเทศและเพิ่มความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ (Default) แม้จะปรับตัวลงมาเล็กน้อยจากเกือบ 90% ของ GDP มาอยู่ที่ประมาณ 85% แต่เมื่อเปรียบเทียบในเชิงระดับโลกแล้ว ประเทศไทยยังติดอยู่ในกลุ่ม Top 10 ในแง่เปอร์เซนต์ของโลกที่มีระดับหนี้ครัวเรือนสูงที่สุด

ด้านกลุ่มธุรกิจ SME เผชิญความตึงตัวจากความระมัดระวังในการปล่อยกู้ของสถาบันการเงิน ทำให้การเข้าถึงสินเชื่อติดขัด ประกอบกับยอดซื้อภายในประเทศที่ซบเซาและไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคได้ ส่งผลให้ความสามารถในการสร้างกำไรและการเติบโตถูกจำกัดอย่างหนัก

สำหรับ มุมมองและการประเมินกลุ่มธนาคารไทย (Thai Banking Sector) นั้น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจในการลงทุนกลุ่มธนาคารไทยถูกกดดันอย่างหนักจากปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะปัญหากำลังซื้อที่จำกัด อัตราหนี้ครัวเรือนที่สูง และโอกาสในการขยายตัวจากการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคธุรกิจ SME ที่ค่อนข้างซบเซา ธนาคารพาณิชย์จึงทำได้เพียงมุ่งเน้นการสนับสนุนภาคการส่งออกและอุตสาหกรรมขนาด

นายเอเบิล กล่าวอีกว่า UOB มีมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยในระดับ Neutral (เป็นกลาง) โดยคงน้ำหนักตามเกณฑ์มาตรฐานของดัชนี MSCI เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีขนาดค่อนข้างเล็กและสัดส่วนของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกาะกระแส AI ยังมีอยู่อย่างจำกัดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ UOB จึงแนะนำว่าในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) หรือกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) อื่น ๆ ที่มีสัดส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากกระแส AI ชัดเจนกว่า จะสามารถมอบมูลค่า (Better Value) และผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงน้ำหนักในตลาดหุ้นไทยในระยะนี้”

ยูโอบีคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัว 1.7% ในปี 2569 โดยยังได้รับแรงหนุนจากตลาดแรงงานและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI แม้การเติบโตจะเริ่มแตกต่างกันมากขึ้นระหว่างภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ยูโอบีคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ จะอยู่ที่ 3.5% สะท้อนแรงกดดันจากราคาพลังงานและภาวะเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19

ภายใต้ภาวะดังกล่าว ยูโอบีคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 และอาจเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในปี 2570 ธนาคารจึงลด Duration ที่เหมาะสมของตราสารหนี้จากเดิม 5–7 ปี เหลือ 4–5 ปี ขณะที่ยังคงมองตราสารหนี้คุณภาพสูงเป็นสินทรัพย์สำคัญในการช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับพอร์ต
AI จากเรื่องของซอฟต์แวร์ สู่โครงสร้างพื้นฐาน

ยูโอบีมอง Agentic AI เป็นหนึ่งในสามการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จะมีอิทธิพลต่อผลตอบแทนการลงทุนในระยะยาวGenerative AI ในระยะแรกมุ่งไปที่การสร้างข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถาม สร้างเนื้อหา หรือสรุปข้อมูล ขณะที่ Agentic AI ก้าวไปอีกขั้น ด้วยความสามารถในการวางแผน ทำงานให้เสร็จสิ้น เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ ดึงข้อมูล ตรวจจับปัญหา และทำกระบวนการต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ

พัฒนาการดังกล่าวทำให้โอกาสลงทุนจาก AI ขยายวงกว้างขึ้น แม้โมเดล AI และเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ แต่การนำ AI มาใช้งานอย่างแพร่หลายกำลังเพิ่มความต้องการโครงสร้างพื้นฐานตลอดทั้งระบบ Data Center ต้องการทั้งระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง การรับส่งข้อมูลความเร็วสูง และแหล่งจ่ายไฟที่มีเสถียรภาพ ขณะที่ Cloud, Cybersecurity, Memory และระบบเครือข่ายมีบทบาทสำคัญมากขึ้นควบคู่กับกำลังประมวลผล

“AI ไม่ได้อยู่แค่ในโลกของซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่กำลังพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานในโลกจริงมากขึ้น บทต่อไปของ AI จะไม่ได้ตัดสินกันที่กำลังประมวลผลเพียงอย่างเดียว การจ่ายไฟ การเคลื่อนย้ายข้อมูล และการจัดการความร้อนมีความสำคัญไม่แพ้กัน พลังประมวลผลที่สูงขึ้นต้องมีระบบไฟฟ้าที่รองรับ และนี่กำลังเปลี่ยนจุดที่นักลงทุนควรมองหาธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จากวัฏจักร AI”

โดยมุมมองเรื่องฟองสบู่ AI UOB ประเมินว่า ยังไม่ใช่ฟองสบู่ เมื่อเทียบกับวิกฤต Dot-com โดยในยุค Dot-com มีบริษัทเพียง 14% ที่มีกำไรจริง แต่ในปัจจุบัน บริษัทกลุ่ม Hyper-scalers มีกำไรที่ชัดเจน (Earnings Visibility) และใช้เงินสดหรือกระแสเงินสดจริงในการลงทุนขยายธุรกิจ ไม่ได้พึ่งพาการกู้ยืมเงิน (Leverage) สูงเหมือนในอดีต

มุมมองการจัดสรรสินทรัพย์ของยูโอบีในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังคงน้ำหนัก หุ้นที่ระดับ Overweight เน้นบริษัทคุณภาพที่มีกำไรแข็งแกร่ง และยังให้น้ำหนักมากกว่าตลาดกับหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะเดียวกันยังคง Overweight หุ้นเอเชียเกิดใหม่ ซึ่งโอกาสเริ่มขยายจากกลุ่มเทคโนโลยีไปสู่อุตสาหกรรมอื่นตามการฟื้นตัวของกำไร

สำหรับตราสารหนี้ ยูโอบีคงมุมมอง Neutral เน้นตราสารหนี้ระดับ Investment Grade และลด Duration เฉลี่ยจาก 5–7 ปี เหลือ 4–5 ปี เพื่อสร้างสมดุลระหว่างอัตราผลตอบแทนที่ยังน่าสนใจกับความเสี่ยงที่ดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด

ส่วนทองคำ ยูโอบีคงมุมมอง Neutral โดยมองว่าราคาในระยะสั้นยังอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ทองคำยังมีบทบาทเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์และสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว ยูโอบีให้เป้าหมายราคาทองคำที่ 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในไตรมาส 4 ปี 2569 และ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในไตรมาส 1 ปี 2570 อ้างอิงมุมมอง ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2569

“ราคาทองคำได้แรงหนุนจากธนาคารกลาง แม้เจอดอกเบี้ยระดับสูง ก่อนหน้านี้ UOB ตั้งเป้าหมายราคาทองคำปี 2026 ไว้ที่ 4,300 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งราคาในตลาดได้ปรับตัวทะลุเป้าหมายดังกล่าวไปแล้ว UOB มองว่าราคาในระยะถัดไปมีเป้าหมายอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์”

อย่างไรก็ดีอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจยังไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้อัตราดอกเบี้ยทรงตัวในระดับสูง ซึ่งอาจจำกัดการปรับตัวขึ้นอย่างหวือหวาของราคาทองคำในระยะสั้น โดยมีแรงหนุนสำคัญ ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าเพิ่มการถือครองทองคำในทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ (De-dollarization)

สำหรับนักลงทุนไทย ยูโอบีมองว่า การกระจายความเสี่ยงในโลกปัจจุบันต้องไปไกลกว่าการถือสินทรัพย์หลายประเภท พอร์ตควรมี แหล่งที่มาของผลตอบแทนที่แตกต่างกัน ทั้งกำไรจากบริษัทคุณภาพ ธีมการเติบโตเชิงโครงสร้าง รายได้จากตราสารหนี้ และสินทรัพย์ที่ช่วยพยุงพอร์ตได้เมื่อภาวะเศรษฐกิจหรือตลาดเผชิญแรงกดดัน

นายเอเบิล กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน นักลงทุนมักอยากรอให้ภาพชัดเจนก่อน แต่ตลาดแทบไม่เคยให้ความแน่นอนก่อนที่จะให้โอกาส สิ่งสำคัญคือการลงทุนอย่างต่อเนื่อง กระจายความเสี่ยงอย่างมีเป้าหมาย และใช้ความผันผวนเป็นจังหวะสะสมสินทรัพย์คุณภาพ เพราะความแข็งแกร่งของพอร์ตสำคัญกว่าการพยายามคาดการณ์ให้ถูกทุกครั้ง”

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่